Loading...
Home » , » #ระทึกสุดชีวิต !! "หมอ-จิตอาสา" ลุยกระแสน้ำเชี่ยวกราก เพื่อช่วยชีวิต "หญิงคลอดลูก" โดยไม่คิดถึงความลำบาก ล่าสุดเป็นแบบนี้แล้ว. (1 แชร์ 1กำลังใจ + ชมคลิป)

#ระทึกสุดชีวิต !! "หมอ-จิตอาสา" ลุยกระแสน้ำเชี่ยวกราก เพื่อช่วยชีวิต "หญิงคลอดลูก" โดยไม่คิดถึงความลำบาก ล่าสุดเป็นแบบนี้แล้ว. (1 แชร์ 1กำลังใจ + ชมคลิป)


นับว่าเป็นเหตุการณ์สุดระทึกที่เกิดขึ้นสภาวะฉุกเฉินที่ไม่มีใครคิดฝันเลยจริงๆ และได้รับคำชื่นชมกับชาวเน็ตเป็นอย่างมาก หลังจากที่เพจ YouLike (คลิปเด็ด) ได้แชร์คลิปและเรื่องราวของสมาชิกเฟสบุ๊กที่มีชื่อว่า นาคราช รักในหลวง หวงแผ่นดิน ซึ่งระบุข้อความเอาไว้ว่า

" #สุดหิน ภารกิจช่วยชีวิตหญิงใกล้คลอด หมู่ 9 บ้านวังน้ำเขียว บางสะพาน รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารในเวลา 14:30 น หลังจากส่งผู้ป่วยโรคหัวใจเข้า รพ. สนาม เรียบร้อย ก็มุ่งหน้าวังน้ำเขียว แต่แค่ข้ามเกาะบนถนนเพชรเกษม รถ Off Road ก็ติดแหง๊กอยู่บนเกาะกลางถนน แต่ด้วยฝีมือของคนขับ บวกกับวินซ์ ก็สามารถช่วยตัวเองได้ เดินทางไปต่อ รถไปได้แค่ครึ่งทาง เจออุปสรรคแรก ที่ ม.7 สะพานชำรุด รถยนต์ข้ามไม่ได้ ต้องเดินเท้าข้ามสะพาน เพื่อขึ้นมอเตอร์ไซต์ ไปต่อ

แต่พอถึง ม.9 วังน้ำเขียว กลับเจออุปสรรคใหญ่สะพานขาด ไปต่อไม่ได้ เดินข้ามน้ำก็ไม่ได้ เพราะน้ำเชี่ยวมาก เกือบจะถอดใจถอนทีมกลับ แต่ใจก็ยังเป็นห่วงหญิงใกล้คลอด ผมหันกลับไปถามชาวบ้านว่า ถ้าจะเดินข้ามไป มีตรงไหนบ้างที่น้ำไม่แรง ชาวบ้านบอกว่ามีจุดที่ชาวบ้านข้ามกัน ห่างออกไป 2 กม. ผมหันไปถามหมอ "ไปมั้ยครับ" หมอตอบว่าไป มองตากันแว่บเดียว เหมือนถามกันในใจว่า "แน่นะที่หมอจะไป" เมื่อไม่คำพูดอื่นออกมา "งั้นไปลุยกันครับหมอ" ว่าแล้วก็นั่งมอเตอร์ไซต์ไปต่อ จนถึงจุดที่ใกล้แม่น้ำที่สุด เดินเท้าผ่านสวนยางพาราเกือบ 500 เมตร เดินข้ามคลองในจุดที่น้ำไม่ลึกและไม่แรง เดินขึ้นฝั่งแบบทุลักทุเล ก่อนจะมีมอไซต์มารับไปส่งต่อถึงบ้านเป้าหมาย

แต่พอไปถึง ปรากฏว่า เป้าหมายคลอดด้วยตัวเองตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง มีอาการตกเลือด หน้าซีด หมอขอดูรกว่าออกมาครบมั้ย ก็ไม่มีใครตอบได้ เพราะเอาไปทิ้งถังขยะแล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ เด็กทารกถูกตัดสายสะดือด้วยใบมีดโกน เสี่ยงต่อบาดทะยัก น้ำหนัก 2 กิโลกรัม หมอบอกเด็กคลอดก่อนกำหนด ทั้งแม่และเด็กตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อชีวิต หมอตัดสินใจนำส่ง รพ. เพื่อช่วยชีวิตแม่และเด็ก หมอทำหน้าที่หมอ ผมทำหน้าที่กู้ภัย ให้ชาวบ้านทำเปลสนาม ผมทำตะกร้าอุ้มเด็ก ขอให้ชาวบ้านทำ Guide Line ในแม่น้ำ

เมื่อทุกอย่างพร้อมก็หามแม่ขึ้นรถ ออกเดินทาง ลงจากรถเดินฝ่าสวนยางไปหาแม่น้ำเกือบ 500 เมตร หามข้ามแม่น้ำตาม Guide Line ที่ได้ขึงไว้ แม่ไปก่อน ลูกตามหลัง ขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย นำขึ้นท้ายรถกระยะ ฝ่าสายฝน ไปยังสะพานข้าม ม.7 หามแม่ข้ามสะพาย แล้วพักคอย ประสานรถกู้ชีพ ได้รับคำตอบเพิ่งออกจาก รพ. ทับสะแก นานไปรอไม่ได้ แม่และเด็กอาจจะเป็นอันตราย ขอช่วยให้ชาวบ้าน หารถกระบะ เมื่อรถกระบะมาถึง ฝนตกหนัก นำแม่ขึ้นกระบะท้าย ส่วนลูกไปรถคัน Off Road ถึงถนนเพชรเกษม ฝนตกหนัก ให้ Off Road นำเด็กไป รพ. ก่อน แม่รอรถกู้ชีพ เพราะระยะทางไป รพ. บางสะพานเกือบ 50 กม. และถ้าฝนตกหนักผู้เป็นแม่จะแย่เอา สุดท้ายส่งแม่ขึ้นรถกู้ชีพ อบต. ร่อนทอง บนถนนเพชรเกษม ให้นำส่ง รพ. ทับสะแก แม่และเด็ก ปลอดภัย ภารกิจนี้ใช้เวลารวมทั้งหมด 5 ชั่วโมง

#ผมดีใจที่ตัดสินใจขับรถพาหมอมาบางสะพาน แม้จะเป็นทีมเล็กๆ ที่มีเพียงแค่ 3 คน หมอ 1 คน EMT 1 คน และจิตอาสาอีก 1 คน แม้ไม่อาจจะช่วยชีวิตได้ทุกคน แต่อย่างน้อยก็ช่วยได้ 2 คน

#ส่วนตัวผม การรับปากหมอตอนเวลา 02:00 น. ว่าจะขับรถจาก กทม. ไปบางสะพาน ให้ ตอนดึกคืนวันที่ 9 มกราคม ในขณะที่กำลังดูแลประชาชนที่มาตากฝนต่อคิวรอบนฟุตบาทข้างถนน ที่ท่าพระจันทร์ เพื่อรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในตอนเช้านั้น ตอนตัดสินใจยังยังเล ไปดีหรือไม่ไปดี ใจหนึ่งห่วงประชาชนที่มาทนตากฝน ทนให้ยุงกัด ใจหนึ่งห่วงประชาชนที่บางสะพาน แต่สุดท้ายการตัดสินใจของผม ทำให้ผมได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดอีกครั้งหนึ่งของชีวิต คือการได้ช่วยเหลือ ประชาชนคนของพระราชา ได้ 2 คน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์ในหลวงรัชกาลที่ 9

#ขอขอบคุณเป็นที่สุด ชาวบ้าน ม.7 หมู่ 9 วังน้ำเขียว คุณพี่เจ้าของ Off Road คันเก่ง ศูนย์วิทยุ ทศ. ร่อนทอง ร่อนทอง 701 ทีมกู้ชีพ ทต. ร่อนทอง สองหนุ่มคนพื้นที่ผู้นำทาง และทุกๆ ท่านที่ได้ช่วยเหลือ สำหรับการร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือแม่ลูกคู่นี้ หากไม่มีชาวบ้านช่วยกันนำข้ามแม่น้ำ ป่านนี้แม่ลูกคู่นี้จะเป็นอย่างไร เพราะความมีน้ำใจของคนไทยแท้ๆ ถึงทำให้แม่ลูกคู่นี้ปลอดภัย



Cr. http://www.siamvariety.com/view-14349.html
Loading...

Popular Posts