Loading...
Home » » "ผกก.บ้านโป่ง”คอตกชวดประกัน ศาลเกรงยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน-หลบหนี ส่งนอนคุก (ทียังงี้ทำอายหน้าบางนะ...)

"ผกก.บ้านโป่ง”คอตกชวดประกัน ศาลเกรงยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน-หลบหนี ส่งนอนคุก (ทียังงี้ทำอายหน้าบางนะ...)


12 มี.60 ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ถนนสวนผัก พ.ต.ท.อดิศร แก้วโหมดตาด พนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู คุมตัว นายนิวัฒน์ หรือโจ๊ก สวยทอง อายุ 32 ปี และ พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อายุ 58 ปี อดีต ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา12วันนับตั้งแต่วันที่12มกราคม- วันที่23มกราคม เนื่องจากยังต้องสอบพยานบุคคลอีก12ปาก รอผลการตรวจดีเอ็นเอ ในรถยนต์ของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) รอผลตรวจประวัติอาชญกรและรอรายงานการตรวจศพ ในท้ายคำร้อง เจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีนี้เป็นความผิดร้ายแรง และยังมีกลุ่มผู้ต้องหาอื่นที่ยังหลบหนี เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม 2559ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ต่อเนื่องกัน โดยคนร้ายรวม5คนร่วมกันใช้รถกระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า คาลิเบอร์ ลักพาตัว น.ส.สุภัคสรณ์ หรือ หญิง พลไธสง ผู้เสียชีวิต ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากหอพัก จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ พ.ต.อ.อำนวย โกรธเคืองกับ น.ส.สุภัคสรณ์ ที่มีลักษณะนิสัยเป็นทอม เนื่องจาก มาติดพัน น.ส.กรรณิกา หรือดาว กรุมรัมย์ ภรรยาของพ.ต.อ. อำนวย จึงได้ว่าจ้างนายนิวัฒน์ ให้พาพวกรวม 4 คน เป็นเงิน 2 แสนบาท เพื่อลักพาตัว น.ส.สุภัคสรณ์ ไปจัดการ หรือ ฆ่าทิ้ง ต่อมา นายบุญชู พลไธสง บิดาผู้เสียชีวิต เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กระทั่งพนักงานสอบสวนสามารถจับกุมนายนิวัฒน์ และ พ.ต.อ.อำนวย ได้ พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหานายนิวัฒน์ ฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมแต่สิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจจำยอม หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดของตน หรือ หลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาที่ตนได้กระทำไว้ และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุแห่งการตาย

และแจ้งข้อหาพ.ต.อ.อำนวย ฐานจ้างวานให้ผู้อื่นร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมแต่สิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจจำยอม หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดของตน หรือ หลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาที่ตนได้กระทำไว้ เหตุเกิดที่บนถนนท้ายซอยเพชรเกษม 116 หน้าอาคารเคอาร์ แมนชั่น ตึก เอ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม และที่ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เกี่ยวพันกัน

โดยศาลได้สอบถามผู้ต้องหาทั้งสองแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องได้

ต่อมาในช่วงเย็น นางสมคิด พงษ์สวัสดิ์ ภรรยา พ.ต.อ.อำนวย ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน เนื้อที่1ไร่ 1 งาน 81 ตารางวา ราคาประเมิน 1.9 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีเป็นความผิดร้ายแรง ประกอบกับ ยังมีกลุ่มผู้ต้องหาอื่นที่เกี่ยวข้องหลบหนี เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรืออาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอันเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนสอบสวนของเจ้าพนักงาน ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัว พ.ต.อ.อำนวย และนายนิวัฒน์ ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ต่อไป

Cr:มติชน
Loading...

Popular Posts