Loading...
Home » » #อยากมีบ้าน? รีบอ่าน! รีบเเชร์! มีผลแล้ว! “ธนาคารปล่อยกู้” ผ่อนแค่เดือนละ 2,000 กว่าบาทเท่านั้น? แค่ทำตามขั้นตอนนีเท่านั้นเอง.(รายละเอียด)

#อยากมีบ้าน? รีบอ่าน! รีบเเชร์! มีผลแล้ว! “ธนาคารปล่อยกู้” ผ่อนแค่เดือนละ 2,000 กว่าบาทเท่านั้น? แค่ทำตามขั้นตอนนีเท่านั้นเอง.(รายละเอียด)


แชร์ด่วน! โอกาสดีมาแล้ว ใครที่อยากมีบ้านดีๆ ผ่อนแค่ 2,000 กว่าบาทเท่านั้น นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอแพ็กเกจ ในโครงการปล่อยกู้ที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยและ ผู้ประกอบการเอกชนภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือโครงการบ้านประชารัฐ ให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบ ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ โดยเบื้องต้นจะร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อยต้องการมีบ้าน (โพสต์ ไฟแนนซ์) ในอัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนปรน ซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ในราคาบ้านไม่เกิน 7 แสนบาท กับบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขที่ แตกต่างกันในส่วนของอัตราดอกเบี้ย

รายละเอียดการผ่อนบ้าน

นอกจากนี้ ธนาคารออมสิน จะปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความต้องการสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยในราคาบ้านหลังละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยจะร่วมกับ ธอส.และธนาคารกรุงไทยในการให้สินเชื่อโครงการทางด้านนายฉัตรชัย ศิริไล รองกรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า วงเงินเบื้องต้นที่จะปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการซื้อบ้านประชารัฐ มีจำนวน 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินจาก ธอส. 2หมื่นล้านบาท และธนาคารออมสิน 2 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เป็นเวลา 3 ปี ในราคาประมาณ 5-7 แสนบาท/ยูนิต หากกรมธนารักษ์สามารถพัฒนาพื้นที่และผู้ประกอบการเอกชนพัฒนาได้เร็ว ก็สามารถขยายวงเงิน เพิ่มอีกได้

ทั้งนี้ ธอส.พร้อมให้วงเงินสินเชื่อกับผู้ประกอบการเอกชน หรือบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ที่ต้องการจะสร้างบ้าน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ส่วนผู้กู้รายย่อยซึ่งมีรายได้น้อยเป็นดอกเบี้ยผ่อนปรนเช่นกัน *โดยปกติราคาที่ 5-7 แสนบาท/ยูนิต จะผ่อน 3,500-3,600 บาทแต่ถ้าเป็นแพ็กเกจนี้จะผ่อนเดือนละ 2,200-2,400 บาท ให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้าน และลดการผ่อนชำระ* โดยกระทรวงการคลังต้องกำหนดเกณฑ์เพื่อคัดกรองผู้ที่เข้าร่วมโครงการ เพราะจำนวนยูนิตไม่เพียงพอรองรับทุกคน แต่ ธอส.ได้พัฒนาระบบไว้หมดแล้ว พร้อมเปิดลงทะเบียนหาก ครม.เห็นชอบก็จะประกาศเกณฑ์ คุณสมบัติ อัตราดอกเบี้ยต่างๆ และตรวจสอบการให้สินเชื่อบ้านหลังแรกว่าจะให้สิทธิก่อนหรือไม่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก naarn.com

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เห็นชอบให้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่วันที่ 3-30 เม.ย.นี้ โดยผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนและผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้ว 8 ล้านคน ต้องมาลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ การลงทะเบียนทำได้ทั้งที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยครั้งนี้คลังจังหวัดของกรมบัญชีกลางจะเข้ามาร่วมรับลงทะเบียนด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ลงทะเบียนมากขึ้น

นายกฤษฎา กล่าวว่า ผู้ลงทะเบียนรอบใหม่จะได้รับบัตรผู้มีรายได้น้อยประจำตัวทุกคน เพื่อเตรียมพร้อมไว้รับสวัสดิการที่รัฐบาลจะทำให้ในอนาคต เช่น การ ลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า การขึ้นรถเมล์ รถไฟฟรี เป็นต้น โดยใช้บัตรดังกล่าวรูดกับเครื่องก็จะรู้ได้ทันทีว่าได้รับสวัสดิการดังกล่าวหรือไม่

สำหรับการช่วยเหลือผู้สูงอายุ มีผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ทั้งหมด 10 ล้านคน มีคนชรา 8 ล้านคน ที่ได้รับเบี้ยคนชราเดือนละ 600-1,000 บาท/เดือน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุรายได้น้อย 3.5 ล้านคน ซึ่งเบี้ยคนชราที่รับอยู่ไม่เพียงพอกับการดำรงชีพ จากการศึกษาของคลังเบี้ยคนชราที่ผู้สูงอายุควรได้รับเดือนละ 1,200-1,500 บาท/เดือน ซึ่งหากผู้สูงอายุมีฐานะดีสละสิทธิทั้งหมดก็จะทำให้มีเงินพอจ่ายให้กับ ผู้สูงอายุรายได้น้อย

อย่างไรก็ตาม คลังก็ยังมีแผนเสนอรัฐบาลตั้งกองทุนชราภาพ โดยใช้เงินภาษีบาปสุราเบียร์และยาสูบส่งเข้ากองทุนโดยตรง โดยส่วนหนึ่งจะนำมาจ่ายเบี้ยคนชราเพิ่มให้ได้เดือนละ 100 บาท หรือปีละ 2,000 ล้านบาท

“ตอนนี้มีผู้สูงอายุ 2 ล้านคน ที่ไม่ขอรับเงินโดยไม่มาลงทะเบียนรับเงินตั้งแต่ต้น ในจำนวน 8 ล้านคน มีมากกว่าครึ่งที่ฐานะดี ทางคลังอยู่ระหว่างการออกแบบใบยินยอมการสละสิทธิ โดยเงินดังกล่าวไปจ่ายเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่รายได้น้อยกว่าทันที เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น” นายกฤษฎากล่าว

ข่าวจาก : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
Loading...

Popular Posts